ดีร์ก เกอวต์

ufa1688 เกอวต์เกิดที่เมืองแห่งชายทะเลคือเมืองกัตไวก์อานเซ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีคุณพ่อทำอาชีพชาวประมง เกอวต์ชื่นชอบฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นกีฬาที่ง่ายและกำลังมีความนิยมในสมัยนั้น โดยคุณพ่อของเขาก็สนับสนุนให้เกอวต์เล่นฟุตบอลเพื่อความสุขของลูกและเพื่ออนาคตของตนและลูก เกอวต์จึงเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ปี และได้เข้ามาเล่นในสโมสรฟุตบอลเยาวชนของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลควิกบอยส์และผ่านมา 13 ปี ในปี ค.ศ. 1998 เกอวต์ทำประตูไปได้ 3 ประตู ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจครั้งแรกของเขาในเล่นฟุตบอล เยาวชนหลังจากนั้น เกอวต์ได้เข้าสู่วงการฟุตบอลยุโรปแบบเต็มตัวตั้งแต่ อายุ 18 ปี

นักฟุตบอลมืออาชีพ
ยูเทรกต์

เกอวต์ได้มาเล่นสโมสรฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ สโมสรฟุตบอลยูเทรกต์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ฤดูกาล 1998-2003 และในฤดูกาล 2002-2003 โดยเกอวต์ทำประตูไปได้ 66 จาก 184 และยังพาทีมยูเทรกต์คว้าแชมป์ดัตช์คัพด้วยการทำแฮตทริกของเขา 3 ลูก โดยชนะอายักซ์อัมสเตอร์ดัมไป 4-1 ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นสถิติแรกที่เขาภาคภูมิใจในการมาเล่นสโมสรอาชีพเป็นครั้งแรก และเกอวต์ขอย้ายไปเล่นกับสโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ดในเวลาต่อมา

ไฟเยอโนร์ด
ในปี ค.ศ. 2003 เกอวต์ได้ย้ายมาอยู่สโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ด เมืองโรตเตอร์ดัม และได้เป็นกัปตันทีมอีกด้วย เกอวต์อยู่กับเฟเออโนร์ดจนถึงปี ค.ศ. 2006 เล่นไป 122 นัด ยิงไป 83 ประตู และยังได้รับรางวัลดีเด่นจากราชสมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ด้วยการเป็น "กัปตันทีมดีเด่น" ในฤดูกาล 2003-2004 และ 2005-2006 จึงทำให้เป็นความสนใจของราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล และซื้อเกอวต์ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ มาอยู่กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
ฤดูกาล 2006-2007

เกอวต์ได้ย้ายมาสู่แอนฟีลด์ในปี ค.ศ. 2006 ในวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2006 เกอวต์ได้ลงเล่นนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล โดยลงสนามเป็นตัวสำรองในนัดที่เจอกับ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ต่อมา เกอวต์ได้ทำประตูแรกให้กับลิเวอร์พูลในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับนิวคาสเซิลยูไนเต็ด โดยลิเวอร์พูลชนะนิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-0[3] ต่อมาลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับทอตนัมฮอตสเปอร์ และเกอวต์ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก โดยลิเวอร์พูลชนะไป 3-0 ต่อมา เกอวต์ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-1 ต่อมา เกอวต์ได้เล่นในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลรายการใหญ่คือ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2006-2007 ระหว่างลิเวอร์พูลกับเอซี มิลาน ซึ่งก่อนหน้านั้น 2 ปี ลิเวอร์พูลได้ชิงรายการเดิมกับเอซี มิลาน โดยนัดนั้นลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ แชมป์ครั้งนั้นทำให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์เป็นสมัยที่ 5 และนัดนี้ ดีร์ก เกอวต์ กองหน้าคนใหม่ก็ต้องผิดหวังเมื่อแพ้เอซีมิลานที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ 2-1 ถึงแม้เกอวต์จะตีไข่แตกในนาทีที่ 87 แต่ก็ตามไม่ทัน ทำให้ลิเวอร์พูลพลาดแชมป์ที่จะได้เท่ากับเอซีมิลาน คือ 6 สมัย เกอวต์ย้ายเข้ามาในแอนฟีลด์ และถูกเปลี่ยนบทบาทจากกองหน้ากลายมาเป็นปีกขวา เกอวต์เป็นนักฟุตบอลที่ขยัน ทำให้เขายึดตัวจริงในถิ่นแอนฟีลด์และเป็นตัวหลักในชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลไปโดยปริยาย

ฤดูกาล 2007-2008
เกอวต์ทำประตูแรกในฤดูกาล 2007-2008 ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะตูลูสจากฝรั่งเศส 4-0 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก ต่อมา ในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2007 เกอวต์ได้ยิง 2 จุดโทษช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 2-1 ต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน 2007 เกอวต์ได้ยิงประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะนิวคาสเซิลยูไนเต็ดที่เซนต์เจมส์ปาร์ก 3-0

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เกอวต์ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อินเตอร์มิลาน 2-0 จบฤดูกาล เกอวต์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น

ฤดูกาล 2008-2009
ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2008-2009 รอบคัดเลือก เกอวต์ทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ Standard Liège 1-0 ต่อมา ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ลิเวอร์พูลบุกไปเยือนแมนเชสเตอร์ซิตีที่ซิตีออฟแมนเชสเตอร์ โดยครึ่งแรก ลิเวอร์พูลตามหลัง 0-2 แต่ในครึ่งหลัง เฟร์นันโด ตอร์เรส ยิง 2 ประตู ช่วยให้ ลิเวอร์พูลตามตีเสมอ 2-2 และในช่วงนาทีสุดท้าย เกอวต์ได้ยิงประตูชัยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี 3-2 ต่อมา ในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับวีกันแอทเลติก โดยเกอวต์ได้ยิงประตูตีเสมอ 1-1 แต่ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลตามหลัง 1-2 แต่ในครึ่งหลังเกอวต์ ได้ยิงประตูชัยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไป 3-2 ซึ่งจบฤดูกาล เกอวต์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 12 ประตูจาก 38 นัด

ฤดูกาล 2009-2010
เกอวต์ทำประตูแรกในฤดูกาล 2009-2010 ในนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะสโตกซิตี 4-0 ต่อมา เกอวต์ทำประตูชัยในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2009-2010 รอบแบ่งกลุ่ม ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ Debrecen 1-0 ต่อมา เกอวต์ได้ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 2-1 ต่อมา เกอวต์ได้ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่แพ้ อาร์เซนอล 1-2 ที่แอนฟีลด์

ฤดูกาล 2010-2011
เกอวต์ได้ยิงจุดโทษช่วยให้ลิเวอร์พูลตีเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2 ต่อมา เกอวต์ได้ทำแฮตทริกครั้งแรกให้กับลิเวอร์พูล ในนัดที่เจอกับคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่แอนฟีลด์ โดยลิเวอร์พูลชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 พร้อมกับคว้าลูกบอลกลับบ้านไปครอง[4] ต่อมา เกอวต์ได้ยิงจุดโทษช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะซันเดอร์แลนด์ที่สเตเดียมออฟไลต์ 2-0 ต่อมาได้ยิงประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี 3-0 ต่อมาเกอวต์ได้ยิงจุดโทษช่วยให้ลิเวอร์พูลตีเสมออาร์เซนอลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-1, ได้ยิงประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะเบอร์มิงแฮมซิตี 5-0, ได้ยิงประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลถล่มนิวคาสเซิลยูไนเต็ด 3-0 และได้ยิงประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะฟูลัม 5-2 ซึ่งจบฤดูกาล เกอวต์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 13 ประตูจาก 33 นัด

ฤดูกาล 2011-2012
เกอวต์ได้มีโอกาสลงเล่นมากขึ้นโดยทำผลงานยอดเยี่ยมในช่วงต้นปี 2012 ด้วยการยิงประตูชัยในนาที 88 ในเอฟเอคัพรอบ 4 ที่ แอนฟีลด์ นัดที่ลิเวอร์พูลพบแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยทำสกอร์ให้ลิเวอร์พูลชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไป 2-1 ต่อมา ในรอบชิงชนะเลิศถ้วยลีกคัพ ลิเวอร์พูลเจอกับคาร์ดิฟฟ์ซิตี เกอวต์ลงมาเป็นตัวสำรองและสามารถทำประตูให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่สุดท้ายจบด้วยผลเสมอ 2-2 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ และเกอวต์ยิงจุดโทษได้ด้วยและผลคือทำให้ลิเวอร์พูลชนะจุดโทษ 3-2 และสามารถคว้าลีกคัพมาได้ พอจบฤดูกาล 2011-12 ลิเวอร์พูลจบในอันดับที่ 8 โดยไม่ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกถึง 3 ครั้ง ซึ่งจบฤดูกาล เกอวต์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้แค่ 2 ประตู เท่านั้น และเกอวต์ก็ไม่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงทั้งหมด จึงทำให้เกอวต์ต้องย้ายออกจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลไปอยู่สโมสรฟุตบอลเฟแนร์บาห์เชในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2012

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *